ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ถล่ม คาราบัค 5-1 ในบ้าน ในรอบที่สามของกลุ่ม H ในรอบแบ่งกลุ่มยูโรปาลีก
2026-01-06
พวกเขาถล่มคาราบัคอย่างหนัก และยังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของคาราบัค ในรอบที่สามของกลุ่ม H ในรอบแบ่งกลุ่มของยูโรปาลีก ในการแข่งขันครั้งนี้ เลเวอร์คูเซ่นได้แสดงให้เห็นถึงพลังและความสามัคคีของทีมอย่างน่าเกรงขาม และในที่สุดก็สามารถเอาชนะคู่แข่งไปได้ด้วยสกอร์ 5-1 อย่างถล่มทลาย ผลการแข่งขันนี้ทำให้พวกเขายังคงครองตำแหน่งผู้นำของกลุ่มต่อไป และสร้างสถิติใหม่ในรอบ 44 ปี
ตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แสดงเจตจำนงในการโจมตีอย่างดุเดือด ผ่านการส่งบอลและการเคลื่อนไหวที่ชาญฉลาด ประกอบกับทักษะส่วนบุคคลที่ยอดเยี่ยม พวกเขาคุกคามประตูของคู่แข่งอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน กาลาตาซาราย ดูค่อนข้างเฉื่อยชา ประสบปัญหาในการสร้างการโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ

ในนาทีที่ 25 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สร้างโอกาสทองขึ้นมาได้ กัปตันมาร์โก รอยส์ ยิงบอลไปติดเซฟของผู้รักษาประตูฝ่ายตรงข้าม แต่เลออน โกเร็ตซ์ก้า ฉวยโอกาสซ้ำเข้าไปตุงตาข่าย พาทีมขึ้นนำ 1-0 ประตูนี้เปรียบเสมือนเสียงปลุกให้เลเวอร์คูเซ่นตื่นตัว และทำให้พวกเขาโฟกัสกับเกมมากขึ้นตลอดช่วงเวลาที่เหลือ
หลังจากเริ่มเกมใหม่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยังคงรักษาจังหวะการโจมตีที่มีประสิทธิภาพไว้ได้ ในนาทีที่ 55 พวกเขาได้ลูกเตะมุม และกัปตัน มาร์โก รอยส์ ใช้ประสบการณ์และทักษะของเขาในการโหม่งบอลเข้าประตู ขยายสกอร์นำเป็น 2-0 ทำให้กาลาตาซารายอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมของเกมไม่ได้หยุดชะงัก ในนาทีที่ 83 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่นทำประตูอีกครั้ง คราวนี้ผ่านตัวสำรอง มาร์โก อเซนซิโอ ที่ยิงไกลอย่างยอดเยี่ยมเข้าไป ทำให้สกอร์นำเป็น 3-0 ซึ่งเป็นการดับความหวังในการกลับมาของคาราบัคอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าพวกเขาจะยิงประตูได้ในนาทีที่ 90 แต่ก็สายเกินไปแล้ว เมื่อเลเวอร์คูเซ่นได้ชัยชนะไปแล้วในที่สุด ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ชนะ 5-1 รักษาตำแหน่งของพวกเขาไว้ที่อันดับต้นของตารางลีก
ชัยชนะครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เบเยอร์ เลเวอร์คูเซ่น ยังคงครองตำแหน่งจ่าฝูงของตารางเท่านั้น แต่ยังสร้างสถิติใหม่ในรอบ 44 ปีอีกด้วย โดยเป็นการชนะครั้งที่ 7 ในรอบแบ่งกลุ่มของยูโรปาลีก ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้ 6 ครั้งเมื่อ 40 ปีที่แล้ว นี่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันของเลเวอร์คูเซ่นในเวทีการแข่งขันระดับยุโรปได้เป็นอย่างดี